คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Business

เจ้าของธุรกิจ เตรียมตัวรับมือ PDPA อย่างไร 

PDPA ย่อมาจาก “Personal Data Protection Act” ซึ่งเป็นกฎหมายความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดา และส่งเสริมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่เป็นความเป็นจริง อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคคลภายในและนอกองค์กรที่มีการประมวลผลข้อมูล

กฎหมายนี้บังคับใช้กับการเก็บรวบรวม ใช้ จัดเก็บ เปิดเผย แจกจ่าย รับมอบ ขยายให้ถึง หรือทำให้สาธารณะข้อมูลส่วนบุคคล โดยอาจเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลได้โดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งอาจเป็นชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หมายเลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลการเงิน และอื่นๆ กฎหมายนี้กำหนดข้อกำหนดและเงื่อนไขในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

การปฏิบัติตามกฎหมายความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้ข้อมูลและส่งเสริมความรับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมทางดิจิทัลให้อยู่ในเขตของความถูกต้องและเป็นธรรม ในปัจจุบัน PDPA ได้กลายเป็นเรื่องสำคัญในด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามกฎหมายมีผลต่อธุรกิจและองค์กรในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

PDPA กฎหมายที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

PDPA ซึ่งนับเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ลูกค้าจะทำการส่งข้อมูลให้กับคุณ มีการเข้าสู่ระบบเพื่อใช้งานอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมาย PDPA อย่างเป็นทางการ ทำให้เจ้าของธุรกิจทุกคนต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เราเตรียมข้อมูลมาให้คุณแล้ว

การเก็บใช้หรือเปิดเผยข้อมูล

ไม่ว่าจะเป็นการขออนุญาตบันทึกการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ การจัดทำ Privacy notice เพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าเราจะขอเก็บข้อมูล การคัดเลือก Data Processor ให้เหมาะสมตามหน้าที่และการจัดทำเอกสาร Data Processing Agreement การพิจารณาทำ Binding  เพื่อส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ

รักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ต้องมีการเตรียมมาตรการหรือออก policy ต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อการจัดการข้อมูลที่ปลอดภัย และเพื่อเป็นการแจ้งว่าบริษัทเรามีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ป้องกันข้อมูลรั่วไหล

การให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูล

ต้องเตรียมระบบให้เจ้าของข้อมูลสามารถเข้าใช้สิทธิ์ในข้อมูลตัวเองได้ เช่น เจ้าของข้อมูลต้องการแก้ไขข้อมูล เจ้าของข้อมูลต้องการยกเลิกการให้ข้อมูล เป็นต้น 

การตั้ง Data Protection Officer (DPO)

และอย่างสุดท้ายคือ Data Protection Officer (DPO) ที่ให้คำแนะนำว่าองค์กรควรปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไร และจะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจบริบทขององค์กรอย่างถ่องแท้ เพื่อปรับ พ.ร.บ. ชุดนี้ให้เข้ากับองค์กรได้อย่างราบรื่น